My exchange student life

ชีวิต10เดือน ใครว่าไม่ได้อะไรเลย?

"อยากหนีเรียนล่ะสิไม่ว่า?"
"ไปทำไม ไปก็ไม่ได้อะไรกลับมา"
"ไปแค่10เดือนแค่นั้นเก็บเงินไปเที่ยวหลายๆรอบไม่ดีกว่าเหรอ?"

คำถามมากมายเหล่าได้ถูกถามกับตัวฉันผู้ตัดสินใจจะรับทุนนักเรียนแลกเปลี่ยน คำถามที่มีใจความไปในทางเดียวกัน "คิดดีแล้วเหรอ?" 

ในตอนนั้นฉันคิดว่าถ้าตัดสินใจไปแล้ว มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี มีแค่หนึ่งชีวิตก็ขอลองทำอะไรที่มันแหวกแนวดูบ้างก็ไม่เห็นจะผิด

แล้วฉันก็ได้คำตอบกลับมาจาก 10 เดือน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วว่า 

THIS IS THE BEST DECISION I HAVE EVER MADE 

                                              - BEER


Welcome to my journey it you will never feel that if you never risk.

Flight สิ่งที่ฉันกลัว - ความสูงและโดดเดี่ยว รวมกันกลายเป็น บินข้ามประเทศด้วยตัวคนเดียว...

การเดินทางไปของฉันครั้งนี้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า อาลัยอาวรณ์เพื่อนที่ประเทศไทย แต่ก็ตื่นเต้นจนจะลุกออกมาเต้นกับชีวิตใหม่ในอเมริกา 6 ชั่วโมงจากไทยไปญี่ปุ่น ฉันไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น เพราะนอกจากนอนและร้องไห้ ฉันไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย...
6ชั่วโมงสุดแสนทรมาน พร้อมกับสายตาจากคนญี่ปุ่นวัยโอโต้ซังว่า เป็นบ้าอะไร
แต่ในที่สุดโชคชะตาก็เข้าข้างเมื่อระหว่างทางไป ญี่ปุ่น-อเมริกา 13 ชั่วโมงกับก้นกบที่ร้าวราน ฉันนได้นั่งข้างกับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาด้วยกันซะที ทำให้ฉันหยุดร้องไห้เป็นคนบ้าและเรียกสติตัวเองกลับมาได้ ต้องขอบคุณเขาจริงๆ




ส่วนขากลับงั้นเหรอ? เหอะ ชิ๊วววว
ฉันยอมเผชิญความกลัวของตนเองอีกครั้ง เพื่อกลับมาให้ทันคอนเสิร์ตวงทไวซ์ ที่เกาหลี ฉันกลายเป็นนักล่ากล้าตายไปหาบัตรสู้กับอปป้าร่างกายกำยำเหมือนทหารเกณฑ์ ไปเป็น fangirl ท่ามกลางดงชายฉกรรจ์ราวกับกองทหารที่พี่ชายของดิฉันถึงกับให้นิยามว่า ผู้ชายมาดแมนแต่หัวใจสีชมพู 







Family โฮสต์แฟมมิลี หรือเรียกสั้นๆว่า โฮส ผู้มีอุปการะคุณกับนักเรียนแลกเปลี่ยนทุกคนที่อย่างน้อยเขาก็ช่วยเราจากการเป็น homeless... เพื่อเจอกับสิ่งที่แย่กว่า
ใช่ค่ะ เพื่อเจอสิ่งที่แย่กว่า แต่ก่อนที่ทุกคนจะตัดสินอะไรไปมากกว่านี้ ฉันต้องการจะบอกว่า

ครอบครัวที่2ดีมว๊ากกกกก มว๊ากกเฟร้ออออ มากเกินปายยย

แต่ทุก story ต้องมีเกริ่นนำ งั้นเรามานำกันก่อนเลยว่า 3 เดือนที่ผ่านมาฉันได้เจอกับอะไรมาบ้าง 
เป็นเวลา 3 เดือน ที่ฉันต้องทนอยู่กับสุนัขแสบ 6 ตัวในบ้านที่หามีความน่ารักทางกระทำไม่ เจ้าหมาแสบทั้ง6ตัวนั้น เป็นความทรงจำที่จะฝังใจอยู่ตลอดไปเลยค่ะ
เป็นคนรักหมานะคะ แต่ถ้าขนาดนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน







พฤติกรรมของ 6 หมาแสบเหรอคะ? เรียงเป็นข้อเลยละกัน 
1.ขับถ่ายในบ้าน! 
2.โซฟาไม่ได้มีไว้สำหรับคน 
3.กินอาหารคน บนจานช้อนส้อมมีดของคน 
4.สุนัข 6 ตัวไม่ถูกกันและหนึ่งในนั้นดันเป็นพิทบูล
5.อย่าหวังว่าจะได้นอนหลับฝันดีเมื่อเจ้าหมาเห่ากันทั้งคืน ปลุกคุณตั้งแต่ตี 5 
แค่นี้ก็คงจะเหนื่อยพอแล้วนะคะ แต่ปัญหาหมาๆนั้นเป็นแค่ส่วนเล็กน้อยยยยยยย เท่านั้น แต่เราจะตัดจบเรื่องแย่ๆตรงนี้ แล้วมาต่อกันที่เรื่องดีๆ

โฮสต์แฟมมิลี่ที่สอง ดีจนอธิบายออกมาไม่หมด ตั้งแต่การดูแลเราทุกอย่าง ปฏิบัติเราเหมือนกันลูกของเขาจริงๆ โฮสที่2เป็นตายายหัวใจเก๋าอายุ 63 ปี ที่การกระทำนั้นเทียบได้กับคนอายุ 30 ต้นๆ การกระทำที่หมายถึงไม่ได้หมายถึงการแต่งตัวนะคะ หมายถึงตรรกะการใช้เหตุผล การพูดคุยและการเทคแคร์ดูแลของเขาค่ะ แม้ว่าเราจะงอแงเป็นเด็ก เขาก็จะคอยปลอยคอยพูดให้กำลังใจและคอยรับฟังเสมอ หากต้องการหรือขาดเหลืออะไร สามารถบอกเขาได้เสมอ
ครั้งหนึ่งฉันเคยบอกโฮสว่า ฉันไม่ชอบไอศกรีมวนิลลา หรือช็อคโกแลค ฉันชอบไอศกรีมรสมิ้นท์ รู้ไหมคะ? วันถัดมาโฮสคุณตา(เพราะอายุค่ะ)คะยั้นคะยอให้ฉันไปเปิดตู้เย็น ฉันก็งงสิคะว่าไปเปิดทำไม พอเปิดเท่านั้นแหละค่ะ ไอศกรีมรสมิ้นท์1กล่องใหญ่ อยู่ในเย็นค่ะ ทั้งทีฉันยังไม่ได้ร้องขอแต่พอเขารู้ว่าฉันชอบเขาก็รีบเอามาเซอร์ไพร์สฉันโดยทันที



 "This is not the normal him."

"She's always look good."

"She's always look cool."

"My first time carving pumpkins."

"American flowers."

"Poppinga Bros."

"Everyday sky."

 "Black and Yellow."

"The loveliest Art Room ever."

"I love Volleyball."

"I love Mt.Rushmore but I love my host family more."

"Snow is falling."

 "Everyday vibe."

 "Swag! Nikki Berg swag!."

"Rynn, you look so good in every pictures." 

"Last walk, Last day, Last Downtown."

"I'm ma capta'n." 













"I'm in love in every single moment I was there."


G E T O U T O F Y O U R  S A F E Z O N E  -

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Post to Promote